แอร์ 18000 btu กินไฟกี่วัตต์ ค่าไฟรายเดือนที่แท้จริง

How-many-watts-does-an-18000-BTU-air-conditioner-use.jpg

แอร์ 18000 btu เป็นขนาดที่นิยมใช้กันมากในบ้านเรือนทั่วไป เหมาะกับห้องขนาด 20-24 ตารางเมตร แต่หลายคนยังสงสัยว่าแอร์ขนาดนี้กินไฟเท่าไหร่กันแน่ ค่าไฟต่อเดือนจะแพงมากไหม วันนี้เรามาไขข้อสงสัยกันแบบละเอียดเลยครับ พร้อมวิธีประหยัดค่าไฟที่ใช้ได้จริง รับรองว่าอ่านจบแล้วคำนวณค่าไฟได้เองแน่นอน

การคำนวณกำลังไฟฟ้าของแอร์ 18000 BTU

เวลาเราซื้อแอร์มาใหม่ ส่วนใหญ่จะบอกขนาดเป็น BTU (British Thermal Unit) ซึ่งเป็นหน่วยความเย็น แต่ที่เราอยากรู้จริงๆ คือมันกินไฟกี่วัตต์ เพราะค่าไฟคิดจากหน่วยไฟฟ้า (kWh) ที่เราใช้นั่นเอง

โดยทั่วไปแอร์ 18000 BTU จะมีกำลังไฟฟ้าประมาณ 1,600-1,800 วัตต์ หรือประมาณ 1.6-1.8 กิโลวัตต์ (kW) แต่ตัวเลขนี้ไม่ตายตัวนะครับ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประสิทธิภาพของแอร์ (ค่า EER หรือ SEER) ยิ่งแอร์มีประสิทธิภาพสูง ก็ยิ่งกินไฟน้อย

สำหรับแอร์รุ่นใหม่ๆ ที่ได้มาตรฐานเบอร์ 5 มักจะกินไฟน้อยกว่านี้ อาจอยู่ที่ประมาณ 1,400-1,500 วัตต์เท่านั้น ซึ่งถือว่าประหยัดไฟดีทีเดียว

วิธีคำนวณค่าไฟรายเดือนแบบง่ายๆ

การคำนวณค่าไฟไม่ยากอย่างที่คิดครับ เราแค่ต้องรู้ว่าแอร์กินไฟกี่วัตต์ ใช้กี่ชั่วโมงต่อวัน แล้วคูณด้วยอัตราค่าไฟต่อหน่วย มาดูสูตรง่ายๆ กัน:

ค่าไฟต่อเดือน = (กำลังไฟฟ้า × ชั่วโมงใช้งานต่อวัน × 30 วัน) ÷ 1000 × ราคาต่อหน่วย

ตัวอย่างการคำนวณ: สมมติแอร์ 18000 BTU กินไฟ 1,600 วัตต์ เปิดวันละ 8 ชั่วโมง ค่าไฟหน่วยละ 4 บาท

  • (1,600 × 8 × 30) ÷ 1000 = 384 หน่วย
  • 384 × 4 = 1,536 บาทต่อเดือน

แต่นี่เป็นการคำนวณแบบคร่าวๆ นะครับ ความจริงแล้วแอร์ไม่ได้ทำงานเต็มกำลังตลอดเวลา พอห้องเย็นถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ คอมเพรสเซอร์จะหยุดทำงาน ทำให้กินไฟน้อยลง

ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ไฟฟ้าของแอร์

การใช้ไฟของแอร์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาด BTU อย่างเดียว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่สำคัญไม่แพ้กัน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง:

อุณหภูมิที่ตั้งไว้

นี่คือปัจจัยสำคัญที่สุดเลยครับ ยิ่งตั้งอุณหภูมิต่ำ แอร์ก็ยิ่งต้องทำงานหนัก กินไฟมากตามไปด้วย อุณหภูมิที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 25-26 องศาเซลเซียส ถ้าตั้งที่ 18 องศา อาจทำให้ค่าไฟพุ่งขึ้นถึง 30-40% เลยทีเดียว

นอกจากนี้ ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิภายในและภายนอกก็มีผลด้วย ถ้าข้างนอกร้อน 35 องศา แต่เราตั้งแอร์ไว้ที่ 20 องศา แอร์ต้องทำงานหนักมากเพื่อลดอุณหภูมิถึง 15 องศา แต่ถ้าตั้งไว้ที่ 26 องศา แอร์ก็ทำงานเบาลง ประหยัดไฟได้เยอะ

ขนาดห้องและการใช้งาน

แอร์ 18000 BTU เหมาะกับห้องขนาด 20-24 ตารางเมตร ถ้าใช้กับห้องใหญ่เกินไป แอร์จะทำงานหนักตลอดเวลาเพราะไม่สามารถทำความเย็นได้ทั่วห้อง แต่ถ้าห้องเล็กเกินไป แอร์จะเปิด-ปิดบ่อย ซึ่งก็กินไฟเหมือนกัน

จำนวนคนในห้องก็มีผลนะครับ คนเราปล่อยความร้อนออกมาประมาณ 100-150 วัตต์ต่อคน ถ้าในห้องมี 4-5 คน แอร์ก็ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อระบายความร้อนที่เพิ่มขึ้นนี้

สภาพแวดล้อมของห้อง

ห้องที่โดนแดดตลอดวันจะร้อนกว่าห้องที่อยู่ในร่ม การติดม่านกันแสงหรือฟิล์มกรองแสงจะช่วยลดภาระการทำงานของแอร์ได้มาก บางครั้งแค่ติดม่านหนาๆ ก็ช่วยประหยัดค่าไฟได้ 10-15% แล้ว

การปิดประตู-หน้าต่างให้สนิทก็สำคัญมาก ถ้ามีช่องโหว่ให้ความเย็นรั่วออกไป แอร์ก็ต้องทำงานหนักขึ้น ค่าไฟก็พุ่งตามไปด้วย

ค่าไฟจริงๆ ของแอร์ 18000 BTU ในแต่ละรูปแบบการใช้งาน

มาดูตัวอย่างค่าไฟในสถานการณ์จริงกันครับ โดยคิดจากค่าไฟหน่วยละ 4 บาท:

  • ใช้งานทั่วไป (8 ชั่วโมง/วัน, ตั้ง 25 องศา): ประมาณ 1,200-1,500 บาท/เดือน
  • ใช้งานหนัก (12 ชั่วโมง/วัน, ตั้ง 23 องศา): ประมาณ 2,000-2,500 บาท/เดือน
  • ใช้งานประหยัด (6 ชั่วโมง/วัน, ตั้ง 26-27 องศา): ประมาณ 800-1,000 บาท/เดือน
  • เปิดทั้งคืน (10 ชั่วโมง/วัน, ตั้ง 25 องศา + พัดลม): ประมาณ 1,500-1,800 บาท/เดือน

ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณนะครับ ค่าไฟจริงอาจต่างกันไปตามสภาพการใช้งานของแต่ละบ้าน

เทคนิคประหยัดค่าไฟแอร์ที่ใช้ได้จริง

ใครไม่อยากให้ค่าไฟแพง มาดูวิธีประหยัดกันครับ:

การตั้งอุณหภูมิที่เหมาะสม

อย่างที่บอกไปแล้วว่าควรตั้งที่ 25-26 องศา แต่ถ้ารู้สึกร้อนก็ลองใช้พัดลมช่วยเป่าครับ การใช้แอร์ควบคู่กับพัดลมจะทำให้ความเย็นกระจายได้ดีขึ้น รู้สึกเย็นสบายแม้ตั้งแอร์ไว้ที่ 26-27 องศา

อีกเทคนิคคือการตั้ง Timer ให้แอร์ปิดอัตโนมัติ เช่น ตั้งให้ปิดตอนตี 3-4 เพราะช่วงนั้นอากาศเริ่มเย็นแล้ว เปิดแค่พัดลมก็พอ ช่วยประหยัดได้เยอะเลย

การดูแลรักษาแอร์

แอร์ที่ไม่ได้ล้างนานๆ จะกินไฟมากขึ้น 20-30% เลยครับ ควรล้างแผ่นกรองอากาศทุก 2 สัปดาห์ และล้างใหญ่ปีละ 2 ครั้ง

  • ล้างแผ่นกรองอากาศ: ทำเองได้ แค่ถอดออกมาล้างน้ำ ผึ่งให้แห้ง
  • ตรวจสอบน้ำยาแอร์: ถ้าน้ำยาหมดหรือรั่ว แอร์จะทำงานหนักขึ้น
  • ทำความสะอาดคอยล์ร้อน-เย็น: ควรให้ช่างมาล้างปีละครั้ง

การเลือกแอร์ประหยัดไฟ

ถ้ากำลังคิดจะซื้อแอร์ใหม่ ควรเลือกแอร์ที่:

  • ได้ฉลากเบอร์ 5 (ประหยัดไฟสูงสุด)
  • มีระบบ Inverter (ปรับความเร็วคอมเพรสเซอร์ได้)
  • มี Energy Efficiency Ratio (EER) สูงกว่า 12

แอร์ Inverter อาจแพงกว่าแอร์ธรรมดา 3,000-5,000 บาท แต่ประหยัดไฟได้ 30-40% ใช้ไป 1-2 ปีก็คุ้มแล้วครับ

สรุปแอร์ 18000 btu กินไฟกี่วัตต์

เพื่อให้จำง่าย สรุปข้อมูลสำคัญไว้ให้แบบนี้ครับ:

  • แอร์ 18000 BTU กินไฟประมาณ 1,400-1,800 วัตต์
  • เหมาะกับห้องขนาด 20-24 ตารางเมตร
  • ค่าไฟเฉลี่ย 1,200-1,500 บาท/เดือน (ใช้ 8 ชั่วโมง/วัน)
  • ตั้งอุณหภูมิ 25-26 องศา ประหยัดที่สุด
  • ล้างแผ่นกรองทุก 2 สัปดาห์ ช่วยประหยัดไฟ 20-30%
  • แอร์ Inverter ประหยัดกว่าแอร์ธรรมดา 30-40%

ถ้าคุณกำลังมองหาแอร์คุณภาพดี ประหยัดไฟ พร้อมบริการติดตั้งมืออาชีพ ลองแวะมาปรึกษาที่ร้านวัฒนาแอร์ได้นะครับ เรามีช่างผู้ชำนาญพร้อมให้คำแนะนำเรื่องการเลือกแอร์ที่เหมาะกับบ้านคุณ บริการติดตั้งรวดเร็ว ประกันคุณภาพ พร้อมบริการหลังการขายที่ดี ให้คุณใช้แอร์ได้อย่างสบายใจ ประหยัดค่าไฟในระยะยาว สนใจติดต่อได้ที่ร้านวัฒนาแอร์ครับ