เปิดแอร์ยังไงให้ประหยัด ฉบับสมบูรณ์: ตั้งอุณหภูมิ, เลือกโหมด

How-to-use-air-conditioning-efficiently

เปิดแอร์ยังไงให้ประหยัด คือคำถามยอดฮิตที่ลูกค้ามักจะถามช่างแอร์เสมอเมื่อบิลค่าไฟสิ้นเดือนพุ่งสูงปรี๊ดใช่ไหมครับ? บทความนี้ ทีมช่างผู้ชำนาญการจาก วัฒนาแอร์ ด้วยประสบการณ์ด้านระบบปรับอากาศกว่า 30 ปี จะมาไขข้อข้องใจและเจาะลึกเทคนิค เปิดแอร์ยังไง ให้ประหยัดไฟ แบบฉบับวิศวกรที่ทำตามได้ง่ายๆ อ่านจบแล้วคุณจะเข้าใจหลักการทำงานของแผงวงจรและสามารถลดค่าไฟในบ้านได้อย่างเห็นผลแน่นอนครับ ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ แล้วมาแชร์ผลลัพธ์บิลค่าไฟเดือนหน้ากันได้เลย!

ทำไมค่าไฟแอร์พุ่งสูงช่วงหน้าร้อน? 3 สาเหตุหลักที่ควรรู้

ก่อนที่เราจะไปเรียนรู้วิธี เปิดแอร์ให้ประหยัด เราต้องมาทำความเข้าใจสาเหตุทางอุณหพลศาสตร์ (Thermodynamics) กันก่อนครับ ว่าทำไมหน้าร้อนบิลค่าไฟถึงแพงกว่าปกติทั้งที่เปิดแอร์จำนวนชั่วโมงเท่าเดิม ลองมาดู 3 ปัจจัยหลักนี้กันครับ:

  • ความร้อนจากภายนอกที่สูงขึ้น: เมื่ออุณหภูมิภายนอกร้อนจัด ภาระความร้อนแฝง (Cooling Load) ในห้องจะสูงตาม ทำให้เครื่องต้องดึงกระแสไฟกระชากเพื่อ เปิดแอร์ ให้เย็นลงจนถึงเป้าหมาย
  • คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักกว่าปกติ: ระบบระบายความร้อนที่คอยล์ร้อน (Condenser) จะทำงานได้ลำบากขึ้นเมื่อปะทะกับลมร้อนภายนอก เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การ ปรับแอร์ให้เย็น กลายเป็นการสูบค่าไฟ
  • การตั้งค่าที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งาน: หลายคนหงุดหงิดกับอากาศร้อนจนเผลอตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 20-22 องศา ซึ่งเป็นการฝืนกำลังมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ ทำให้เทอร์มิสเตอร์ไม่สั่งตัดการทำงานและกินไฟตลอดเวลา

เปิดแอร์โหมดไหนประหยัดที่สุด? เทียบชัดๆ Cool, Dry, หรือ Fan

รีโมทแอร์ถูกออกแบบมาให้มีฟังก์ชันหลากหลายเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่แตกต่างกัน คำถามคาใจที่ว่า เปิดแอร์โหมดไหนประหยัดไฟ ที่สุด สามารถอธิบายได้ด้วยหลักการทำงานของบอร์ดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ดังนี้ครับ:

โหมด Cool (รูปเกล็ดหิมะ): เย็นเร็ว แต่กินไฟที่สุด

โหมดนี้ระบบจะสั่งให้คอมเพรสเซอร์ทำงานเต็มกำลังเพื่อดึงอุณหภูมิห้องให้ลดลงตามเป้าหมาย หากคุณสงสัยว่า เปิดแอร์ยังไงให้เย็น เร็วที่สุด โหมดนี้คือคำตอบที่ตรงจุด แต่ก็แลกมากับการดึงกระแสไฟฟ้า (Amp) สูงสุดเช่นกันครับ

โหมด Dry (รูปหยดน้ำ): ลดความชื้น เหมาะกับวันฝนตก

โหมดดรายจะลดรอบคอมเพรสเซอร์ลงเพื่อเน้นดึงความชื้นออกจากอากาศแทนการลดอุณหภูมิโดยตรง แม้จะดูเหมือนเป็น แอร์ประหยัดไฟ และทำให้รู้สึกสบายตัว แต่ไม่ควรเปิดต่อเนื่องทุกวันเพราะจะทำให้ผิวและเยื่อบุโพรงจมูกแห้งครับ

โหมด Fan (รูปพัดลม): ประหยัดที่สุด แต่ไม่ทำความเย็น

ในโหมดนี้ คอมเพรสเซอร์ด้านนอกจะหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง เหลือเพียงพัดลมกรงกระรอกเป่าลมธรรมดาออกมา ถือเป็นวิธี เปิดแอร์ประหยัดไฟ ขั้นสุดที่กินกระแสไฟเท่าพัดลมตั้งโต๊ะ แต่ไม่สามารถดึงความร้อนออกจากห้องให้เย็นฉ่ำได้เลยครับ

ไขข้อข้องใจ: เปิดแอร์ 25, 26, 27, 28 องศา แบบไหนประหยัดกว่ากัน?

ลูกค้ามักจะถามช่างแอร์เสมอว่า เปิดแอร์กี่องศาประหยัดไฟ ที่สุด? ในทางวิศวกรรม อุณหภูมิ 26-27 องศาถือเป็นจุดสมดุลที่ร่างกายมนุษย์รู้สึกสบาย (Thermal Comfort) และมอเตอร์แอร์ไม่ต้องโอเวอร์โหลดเพื่อสู้กับความร้อน แล้วถ้าถามว่า เปิดแอร์ 28 องศา เปลืองไฟไหม คำตอบคือประหยัดค่าไฟมากที่สุดครับ แต่อาจจะรู้สึกอึดอัดและร้อนเกินไปสำหรับบางคน ทริคระดับโปรที่ช่างอยากแนะนำคือ ให้ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 27 องศาแล้วเปิดพัดลมตั้งพื้นช่วยส่ายระบายความร้อนที่ผิวหนัง ลมที่ปะทะตัวจะสร้าง Wind-chill effect ทำให้คุณได้สัมผัสความเย็นเทียบเท่า 24 องศา ซึ่งนี่คือสุดยอดเทคนิค เปิดแอร์ยังไงให้ประหยัด ที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มเลยครับ!

ความเชื่อผิดๆ: เปิด-ปิดแอร์บ่อยๆ กับเปิดแอร์แค่ 1 ชั่วโมง เปลืองไฟไหม?

หลายคนยอมทนร้อน เปิดแอร์แป๊บเดียวแล้วรีบปิดเพราะกลัวค่าไฟแพง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เปิด-ปิดแอร์ บ่อยๆ เปลืองไฟ ไหม? คำตอบฟันธงคือ “เปลืองกว่าการเปิดทิ้งไว้แน่นอนครับ” สาเหตุเพราะทุกครั้งที่คอมเพรสเซอร์เริ่มสตาร์ทเครื่อง จะเกิดกระแสไฟกระชาก (Starting Current) สูงกว่าปกติถึง 3-5 เท่า! ดังนั้นหากคุณออกจากห้องไปทำธุระไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง การเปิดแอร์เลี้ยงอุณหภูมิไว้ (โดยเฉพาะแอร์ระบบ Inverter) ย่อมประหยัดไฟกว่าการปิดแล้วเปิดใหม่เพื่อดึงความร้อนสะสมซ้ำๆ หากอยากรู้ว่า เปิดแอร์ยังไงให้ประหยัด อย่างแท้จริง ควรเลิกพฤติกรรมเปิดๆ ปิดๆ ถี่ๆ ครับ (คุณสามารถอ่านหลักการทำงานเพิ่มเติมได้ที่บทความ เปิด-ปิดแอร์บ่อยๆ เปลืองไฟไหม ครับ)

8 เทคนิคง่ายๆ ใช้แอร์ให้ประหยัดไฟได้ทุกวัน

นอกเหนือจากการตั้งอุณหภูมิและเลือกโหมดการทำงานแล้ว สภาพแวดล้อมทางสถาปัตยกรรมในห้องก็มีผลต่อการกินพลังงานอย่างมหาศาล ลองนำ 8 เทคนิคทางกลศาสตร์เหล่านี้ไปใช้ เพื่อ เปิดแอร์ให้ประหยัด แบบเห็นผลทันตาครับ:

  1. ใช้คู่กับพัดลมช่วยได้จริงหรือ?: การเปิดพัดลมส่ายเบาๆ จะช่วยสร้าง Air Circulation ผลักดันมวลความเย็นให้กระจายทั่วห้องอย่างรวดเร็ว เป็นวิธี เปิดแอร์ยังไง ให้ประหยัดไฟ ที่ดีที่สุดและลงทุนน้อยที่สุด
  2. ตั้งเวลาปิด-เปิด (Timer) อัตโนมัติ: ก่อนตื่นนอนสัก 1 ชั่วโมง ให้ตั้งเวลา ปิดไฟแอร์ ความเย็นแฝงในผนังจะยังคงอยู่ ช่วยลดระยะเวลาทำงานของคอมเพรสเซอร์ลงได้ทุกวัน
  3. ปิดประตูหน้าต่างและช่องลมให้สนิท: ใช้คิ้วกันแมลงอุดรอยรั่วขอบประตู เพื่อป้องกันมวลอากาศร้อนและความชื้นแทรกซึมเข้ามา ซึ่งเป็นสาเหตุให้แอร์ไม่ยอมตัดการทำงาน
  4. ใช้ม่านกันแสงแดดเพื่อลดความร้อนในห้อง: การติดผ้าม่าน Blackout ป้องกันรังสี UV จะช่วยสะท้อนพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ ลดภาระการทำความเย็นลงได้อย่างยอดเยี่ยม
  5. ไม่นำของร้อนเข้าห้องแอร์: การรีดผ้า ต้มน้ำร้อน หรือเป่าผมด้วยไดร์ความร้อน จะไปหลอกเซ็นเซอร์แอร์ว่าห้องยังไม่เย็น ทำให้เครื่องถูกสั่งให้เร่งรอบการทำงานแบบสูบไฟ
  6. เลือกใช้โหมด Sleep ตอนกลางคืน: โหมดนี้ระบบจะค่อยๆ ปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นทีละ 1-2 องศาขณะคุณหลับ สอดคล้องกับอุณหภูมิร่างกายที่ลดลง ช่วยเซฟค่าไฟแบบเนียนๆ
  7. ปรับทิศทางลมให้เหมาะสม: ปรับบานสวิงให้พัดลมเย็นขนานขึ้นสู่เพดาน (Cold air sinks) อากาศเย็นที่มีมวลหนักกว่าจะค่อยๆ ตกลงมาปกคลุมทั่วห้องอย่างนุ่มนวล
  8. เคลียร์เฟอร์นิเจอร์ไม่ให้ขวางทางลมแอร์: หากนำตู้เสื้อผ้าไปวางบล็อกทิศทางลม เซ็นเซอร์จะตรวจจับว่าห้องเย็นแล้วและตัดคอมเพรสเซอร์ ทั้งที่ความเย็นยังไม่ถึงเตียงนอนครับ

การล้างแอร์และบำรุงรักษา: หัวใจสำคัญของการประหยัดไฟ

ต่อให้คุณรู้ทฤษฎีว่า เปิดแอร์ยังไงให้ประหยัด ลึกซึ้งแค่ไหน แต่ถ้าแอร์อุดตันไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ อย่างไรบิลค่าไฟก็บานปลายแน่นอนครับ! คราบฝุ่นและเมือกที่เกาะตามแผงฟินคอยล์เย็นคือฉนวนชั้นดีที่ขัดขวางระบบแลกเปลี่ยนความร้อน ทำให้พัดลมต้องออกแรงดันลมหนักขึ้นเพื่อ เปิดแอร์ เบื้องต้นคุณควรถอดแผ่นกรองฝุ่นมาล้างน้ำเปล่าทุกๆ 2 สัปดาห์ และเรียกช่างมืออาชีพจาก ร้านวัฒนาแอร์ เข้าไปทำการล้างใหญ่แบบ Deep Clean ด้วยปั๊มแรงดันสูงอย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน เพื่อล้างสิ่งอุดตันในท่อน้ำทิ้งและเช็คระบบไฟ การล้างแอร์เป็นประจำคือหัวใจหลักที่จะช่วยคืนความฉ่ำและประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาวครับ (ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความ ล้างแอร์ช่วยประหยัดไฟจริงไหม ครับ)

เลือกแอร์เครื่องใหม่ยังไงให้ประหยัด? ดูที่ฉลากเบอร์ 5 และค่า BTU

หากแอร์เครื่องเก่าของคุณมีอายุเกิน 10 ปี เย็นช้า เสียงดัง และกินไฟดุเดือด การตัดใจเปลี่ยนเครื่องใหม่อาจเป็นการลงทุนเพื่อทวงคืนค่าไฟที่คุ้มค่ากว่าครับ ควรพิจารณาซื้อแอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 รูปแบบใหม่แบบติดดาว (ยิ่งดาวเยอะ ค่า SEER ยิ่งสูงยิ่งดี) และควรเลือกระบบ Inverter ที่มีสมองกลช่วยปรับสวิงลดรอบคอมเพรสเซอร์ได้นิ่งกว่า ทำให้เป็น แอร์ประหยัดไฟ ที่เหนือกว่าระบบธรรมดา 

นอกจากนี้ การให้ช่างช่วยคำนวณขนาด BTU ให้พอดีเป๊ะกับตารางเมตรของห้อง ก็เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เทคนิค เปิดแอร์ยังไงให้ประหยัด ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 100% หากคุณกำลังมองหาแอร์เครื่องใหม่พร้อมบริการติดตั้งแบบมืออาชีพ สามารถเข้าไปเลือกชมได้ที่ สินค้าวัฒนาแอร์ เราพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลหลังการขายอย่างจริงใจครับ (และสามารถเปรียบเทียบข้อดีของแอร์อินเวอร์เตอร์ได้ที่ การติดแอร์ Inverter ประหยัดยังไง หรือเช็คข้อมูลฉลากเบอร์ 5 ของ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และ กฟผ.)