วิธีติดตั้งแอร์ ใหม่ให้ปลอดภัย เช็คระบบไฟบ้านอย่างไรไม่ให้พลาด

How-to-safely-install-a-new-air-conditioner.jpg

วิธีติดตั้งแอร์ ที่ถูกต้องและปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับบ้านทุกหลัง เพราะนอกจากจะช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว ยังป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจรได้อีกด้วย หลายคนอาจคิดว่าการซื้อแอร์ใหม่มาติดที่บ้านเป็นเรื่องง่ายๆ แค่เจาะผนังแล้วแขวนก็จบ แต่แท้จริงแล้วมีรายละเอียดเรื่องระบบไฟที่เราต้องใส่ใจอย่างมาก วันนี้เราเลยจะมาแชร์ความรู้แบบเข้าใจง่ายๆ ให้ทุกคนได้เตรียมตัวและมีความรู้พื้นฐานก่อนเรียกช่างมาทำการติดตั้งแอร์ (air conditioner) ที่บ้านกันครับ

ทำไมระบบไฟถึงสำคัญมากก่อนการติดตั้งแอร์

ก่อนที่เราจะเริ่มทำการติดตั้งแอร์ใหม่สักเครื่อง สิ่งแรกที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาดเลยก็คือการสำรวจและประเมินระบบไฟฟ้าภายในบ้านของเราอย่างละเอียด เพราะเครื่องปรับอากาศถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินกระแสไฟค่อนข้างสูงมาก หากระบบไฟเดิมของเราไม่พร้อมหรือสายไฟเก่าเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ ปัญหาที่พบบ่อยมักจะเป็นเรื่องไฟตก ไฟกระชาก หรือในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดคืออาจทำให้เกิดความร้อนสะสมจนสายไฟละลายและนำไปสู่การเกิดอัคคีภัยได้เลยทีเดียว 

ดังนั้นการให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาประเมินขนาดของเบรกเกอร์และขนาดของสายไฟให้เหมาะสมกับบีทียู (BTU) ของแอร์จึงเป็นหัวใจหลักที่สำคัญมากๆ การวางแผนระบบไฟที่ดีจะช่วยให้เราสามารถใช้งาน air conditioner ได้อย่างเย็นกายสบายใจ ปลอดภัย และยืดอายุการใช้งานของตัวเครื่องได้ในระยะยาวครับ อย่าลืมนะครับว่าการยอมลงทุนทำระบบไฟฟ้าให้ได้มาตรฐานตั้งแต่เริ่มต้นนั้น คุ้มค่าและประหยัดกว่าการต้องมานั่งเสียเงินซ่อมแซมความเสียหายในภายหลังอย่างแน่นอน

เช็คระบบไฟบ้านอย่างไรให้ชัวร์ก่อนติดตั้งแอร์

การตรวจสอบระบบไฟบ้านด้วยตัวเองเบื้องต้นเพื่อเตรียมความพร้อมนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถของเราเลยครับ เราสามารถสังเกตจุดสำคัญต่างๆ ได้ด้วยตาเปล่าเพื่อประเมินสถานการณ์ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเครื่องปรับอากาศเครื่องใหม่ ลองมาดูจุดหลักๆ ที่เราต้องเช็คกันดีกว่าครับว่ามีอะไรบ้าง เพื่อให้กระบวนการติดตั้งแอร์ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นที่สุด

1. ตรวจสอบขนาดของมิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้าน

แอร์แต่ละขนาดใช้พลังงานไฟฟ้าไม่เท่ากัน สิ่งแรกที่ต้องดูคือมิเตอร์หน้าบ้านของเรามีขนาดกี่แอมป์ (เช่น ขนาด 5(15)A หรือ 15(45)A) หากบ้านของเรามีเครื่องปรับอากาศหลายตัว หรือตั้งใจจะติดตั้งแอร์ที่มีขนาด BTU สูงๆ เราอาจจะต้องไปติดต่อขอขยายขนาดมิเตอร์กับทางการไฟฟ้า เพื่อป้องกันปัญหาไฟตกเมื่อเปิดแอร์พร้อมกันหลายตัวครับ

2. สำรวจตู้คอนซูมเมอร์ (ตู้เบรกเกอร์)

ตู้เมนไฟในบ้านจะต้องมีช่องว่างที่เพียงพอสำหรับใส่เบรกเกอร์ลูกย่อยตัวใหม่ เพราะการติดตั้งแอร์ที่ถูกต้องจะต้องมีการแยกวงจรเบรกเกอร์เฉพาะสำหรับแอร์แต่ละตัว ห้ามนำไปพ่วงกับปลั๊กไฟอื่นเด็ดขาด และที่สำคัญต้องเลือกขนาดแอมป์ของเบรกเกอร์ให้พอดีกับขนาดของ air conditioner ด้วย เพื่อให้เบรกเกอร์ตัดไฟได้ทันทีหากเกิดความผิดปกติ

3. ระบบสายดินคือสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้

เครื่องปรับอากาศทุกเครื่องต้องมีการต่อสายดินเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุดครับ หากเกิดกรณีไฟรั่วจากตัวเครื่อง สายดินจะทำหน้าที่นำกระแสไฟเหล่านั้นไหลลงสู่พื้นดิน ทำให้ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานในบ้าน ดังนั้นก่อนติดตั้งแอร์ ต้องเช็คให้ชัวร์ว่าบ้านของเราระบบสายดินสมบูรณ์และได้มาตรฐาน

4. เลือกขนาดของสายไฟให้ได้มาตรฐาน

สายไฟที่เดินจากเบรกเกอร์ไปยังแอร์ต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่ใหญ่พอที่จะทนกระแสไฟได้ โดยทั่วไปมักจะใช้ขนาด 2.5 หรือ 4 ตารางมิลลิเมตร ขึ้นอยู่กับขนาด BTU ของแอร์ การประหยัดงบโดยใช้สายไฟผิดขนาดหรือเล็กเกินไปในการติดตั้งแอร์ คือสาเหตุหลักอันดับต้นๆ ของปัญหาสายไฟไหม้เลยทีเดียวครับ

จุดติดตั้งแอร์ (air conditioner) ที่เหมาะสม

ตำแหน่งในการติดตั้งแอร์ก็มีผลโดยตรงต่อความเย็น ความคงทนของเครื่อง และการประหยัดค่าไฟของเราในแต่ละเดือนครับ เราควรเลือกจุดที่เครื่องปรับอากาศสามารถกระจายลมเย็นได้ทั่วถึงและดูแลรักษาง่าย โดยมีหลักการในการพิจารณาง่ายๆ ดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง: ควรติดตั้งแอร์ในจุดที่ไม่มีตู้หรือฉากมากั้นทิศทางลม เพื่อให้ลมเย็นจาก air conditioner สามารถกระจายไปได้ไกลและทั่วถึงทั้งห้อง
  • เลี่ยงประตูและหน้าต่าง: ไม่ควรติดคอยล์เย็น (ตัวแอร์ในบ้าน) ตรงกับประตูหรือหน้าต่างที่มีการเปิดเข้าออกบ่อยๆ เพราะจะทำให้ความเย็นไหลออกไปหมด และแอร์ต้องทำงานหนักขึ้น
  • ตำแหน่งคอยล์ร้อนต้องโปร่ง: คอยล์ร้อน หรือคอมเพรสเซอร์ที่อยู่ด้านนอก ควรตั้งอยู่ในพื้นที่ร่ม อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่โดนแสงแดดจัดเต็มๆ และไม่ชิดกำแพงจนเกินไป เพื่อให้ระบายความร้อนได้ดี
  • เผื่อพื้นที่ล้างแอร์: ควรติดตั้งแอร์โดยเผื่อพื้นที่ว่างด้านบนและด้านล่างของตัวเครื่องเอาไว้ด้วย เพื่อให้ช่างสามารถถอดฝาครอบและทำการล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศในอนาคตได้ง่าย
  • ใกล้จุดระบายน้ำ: พยายามหาตำแหน่งติดตั้งให้ใกล้กับท่อน้ำทิ้งและจุดที่สามารถเดินสายไฟได้สะดวก เพื่อความสวยงามของผนังห้องและช่วยลดปัญหาท่อน้ำทิ้งอุดตันครับ

ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการติดตั้งแอร์

แม้เราจะเลือกร้านหรือช่างที่ดูน่าเชื่อถือแล้ว แต่ในฐานะเจ้าของบ้านก็ควรมีความรู้ติดตัวไว้เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของหน้างานด้วย นี่คือข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยซึ่งเราควรระมัดระวัง สังเกต และทักท้วงช่างทันทีหากเห็นว่าวิธีการติดตั้งแอร์นั้นดูไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน

  1. การเสียบปลั๊กพ่วง: การนำสายไฟของแอร์ไปต่อพ่วงกับปลั๊กไฟบ้านทั่วไป หรือเสียบผ่านปลั๊กสามตา เป็นสิ่งที่อันตรายมาก แอร์ต้องมีการเดินสายไฟตรงเข้าเบรกเกอร์แยกเฉพาะเท่านั้น
  2. ท่อน้ำทิ้งไม่ได้ระดับ: การเดินท่อน้ำทิ้งในแนวนอนที่ยาวเกินไปโดยไม่มีระดับความลาดเอียงที่เหมาะสม จะทำให้น้ำไหลไม่สะดวก และกลายเป็นปัญหาแอร์น้ำหยดใส่ห้องในที่สุด
  3. ละเลยการทำระบบสุญญากาศ (แวคคั่ม): ก่อนปล่อยน้ำยาแอร์เข้าสู่ระบบ ช่างต้องใช้เครื่องทำสุญญากาศเพื่อดูดอากาศและความชื้นออกจากท่อให้หมด หากข้ามขั้นตอนนี้ จะทำให้ air conditioner เย็นไม่ฉ่ำและคอมเพรสเซอร์พังเร็วขึ้นมาก
  4. จุดต่อสายไฟหลวม: การใช้สายไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการพันเทปพันสายไฟไม่แน่นหนาตรงจุดเชื่อมต่อต่างๆ อาจก่อให้เกิดประกายไฟและเป็นจุดเริ่มต้นของไฟฟ้าลัดวงจรได้
  5. ติดชิดเพดานเกินไป: การติดตั้งแอร์โดยไม่ได้เผื่อระยะห่างของตัวเครื่องกับเพดานห้อง จะทำให้แอร์ดูดอากาศเข้าสู่เครื่องเพื่อทำความเย็นได้ไม่ดีเท่าที่ควร และยังส่งผลเสียต่อการทำงานของพัดลมแอร์ด้วยครับ

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะรู้สึกว่าวิธีติดตั้งแอร์และเช็คระบบไฟนั้นมีรายละเอียดจุกจิกมากมาย ไม่ต้องกังวลไปครับ! หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ขอแนะนำ ร้านวัฒนาแอร์ บริการจำหน่ายและติดตั้งแอร์ครบวงจรโดยช่างมืออาชีพที่มากประสบการณ์ เราใส่ใจทุกขั้นตอนตั้งแต่การสำรวจระบบไฟบ้าน การเลือกเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสม ไปจนถึงการติดตั้งที่เน้นความปลอดภัยและสวยงามเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น air conditioner รุ่นไหน แบรนด์อะไร เราก็พร้อมดูแลให้คุณเย็นสบายไร้กังวล มั่นใจได้เลยว่างานเนี๊ยบ ปลอดภัย 100% คิดจะติดตั้งแอร์ คิดถึงร้านวัฒนาแอร์นะครับ!